พระครูประโชติชัยคุณ

เจ้าอาวาสวัดมะรุม

 
 
ประวัติพระพุทธเจ้า
สมุดภาพพระพุทธประวัติ
ห้องสวดมนต์ออนไลน์
การ์ตูนธรรมะ
นิทานธรรมะ

สมาธิ

พระไตรปิฏก 45 เล่ม
 

บ้านใกล้เรือนเคียง / หน่วยงาน

รพ.สต.มะรุม

          วัดมะรุม เลขที่ ๑๔๘ หมู่ที่ ๗ ตำบลพลสงคราม อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา มีเนื้อที่ ๔๕ ไร่ ๒ งาน ๑๓ ตารางวา ได้ก่อตั้งขึ้นสมัยพระเจ้าทรงธรรมองค์ที่ ๒๑ แห่งกรุงศรีอยุทธยา ราว ร.ศ. ๒๑๖๓–ร.ศ.๒๑๗๑ พระเจ้าทรงธรรมทรงครองราชย์อยู่ ๘ ปี
           วัดมะรุม สร้างขึ้นเป็นวัดเมื่อประมาณปี พ.ศ.๒๑๖๙ อุโบสถสร้างขึ้น พ.ศ. ๒๒๒๔ และทำการผูกพัทธสีมา เมื่อ พ.ศ. ๒๒๓๐ สมเด็จพระนารายณ์มหาราช กษัตริย์องค์ที่ ๒๗ แห่งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ทรงครองราชย์ ราว ร.ศ. ๒๑๙๙– ร.ศ. ๒๒๓๑  พระองค์ทรงครองราชย์อยู่ ๓๒ ปี แต่ปัจจุบันนี้ อุโบสถหลังเก่าได้บูรณะเป็นวิหารเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๘ เพราะได้ก่อสร้างอุโบสถหลังใหม่ขึ้น พ.ศ.๒๕๓๒ สิ้นการก่อสร้าง จำนวน ๔ ล้านบาทเศษ และทำการผูกพัทธสีมา วันที่ ๒๙ ม.ค.-๖ ก.พ.๒๕๓๘  รวม ๙ วัน ๙ คืน โดยมีพระครูธีรธรรมพิทักษ์ (อ้าย ธมมธีโร) เป็นเจ้าอาวาส และเจ้าคณะตำบลพลสงคราม (อ่านต่อ)
 
              ชาวเผ่ากุลากลุ่มหนึ่งซึ่งอาศัยอยู่ทางภาคอีสานตอนบน ได้ลงมาค้าขายเครื่องเงิน และมาขอพักอาศัยที่ศาลาวัดมะรุมอยู่หลายวัน เพื่อขายสินค้าด้วยการหาบ หลังจากค้าขายอยู่พอประมาณแล้วก็ออกเดินทางต่อไปโดยมิได้สั่งลา วันนั้นหลวงพ่ออ้น พร้อมด้วยพระลูกวัดออกบิณฑบาตรตามปกติเมื่อมาถึงวัดก็ทำภัตกิจพิจารณาภัตตาหาร แต่ไม่รู้ด้วยเหตุผลกลใด วันนั้นหลวงพ่ออ้น และพระภิกษุสามเณร ไม่สามารถเปิดฝาบาตรได้เลย ประจวบกับพวกกุลาก็ได้ออกจากวัดไปแล้ว กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นก็ย่อมสนอง วันๆนั้นพวกกุลาก็ขายของไม่ได้สักบาทเลย แม้หาบคอนที่อยู่บนบ่า ก็วางไม่ลงเช่นกัน เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนั้น พวกกุลาจึงได้กลับมาหาหลวงพ่ออีกครั้ง และทำการขอขมาหลวงพ่อก็ให้อภัยทุกประการ จากนั้นทั้งสองฝ่ายก็ได้แลกเปลี่ยนคาถาอาคมซึ่งกันและกัน และหนึ่งในนั้น ที่ชาวกุลายินยอมพร้อมใจ ก็ได้ถวายพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ที่นำติดตัวไปด้วยทุกครั้ง นามว่าหลวงพ่อกริ่ง ปัจจุบันเปิดให้ประชาชนได้มาสักการะเวลา 07.00-18.00 น.(อ่านต่อ)
 
   
                                                       พระครูประโชติชัยคุณ( แตง อินทรจินดา ) เจ้าอาวาสวัดมะรุม
                                                   เกิดที่บ้านเสลา หมู่ที่ 4 ตำบลพลสงคราม อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา
                                                              นักธรรมเอก วิทยฐานะ  พทม. ปริญญาพุทธศาสตรบัณฑิต
                                                                     

1.เมตตา รู้สึกสงสารผู้อื่น เอ็นดูผู้อื่นอยู่เสมอ แม้ใครจะด่าจะว่า หรือใครจะมาทำร้าย ก็ยังนึกเอ็นดูสงสารในคนเหล่านั้น หากมีศัตรู ก็คิดกับศัตรูดั่งมนุษย์ที่น่าสงสารคนนึงที่ยังเวียนว่ายตายเกิดหาที่สุดไม่ได้ มองศัตรูด้วยสายตาที่เอ็นดูดั่งสายตาของมารดาแลดูบุตร สิ่งนี้จะทำให้ท่านมีแววตาเป็นประกายดั่งแก้วใส และมีพลังทำให้คนที่คิดร้ายหรือศัตรูต่างๆเปลี่ยนใจมาคิดดีต่อเรา ไปที่ไหนคนก็รักใคร่ อยากใกล้ชิด แม้ว่าจะเพิ่งรู้จักกันก็ตาม เพราะกระแสพลังของความเมตตา มีพลังมากที่สุดในโลกใบนี้ เมตตาธรรม ค้ำจุนโลก
2.กรุณา ยื่นมือช่วยเหลือผู้ประสบทุกข์ ช่วยเหลือแม้กระทั่งศัตรู ช่วยแม้กระทั่งไม่ทำให้ศัตรูโกรธเรา ช่วยไม่ให้เค้าเผลอก่อกรรมกับเรา เค้าด่ามาก็ไม่ด่าตอบ เพื่อช่วยให้เค้าไม่มีเวรกับเรา เห็นขอทาน หรือคนที่เดือดร้อนก็ช่วยเหลือแบบไม่ต้องตระหนี่ พระพุทธองค์สอนให้ทำทาน เพื่อลดความตระหนี่ในตัว และเผื่อแผ่ช่วยเหลือกันและกัน เป็นการทำบุญซึ่งถือว่าเป็นอริยทรัพย์ตามติดไปภพหน้าได้ทุกภพ ท่านจะดูมีสง่าราศี แม้แต่หมายังไม่กล้ากัด มีแต่เดินตามกระดิกหาง หรือคนเจอหน้าก็รักใคร่ ไปที่ไหนคนก็อยากเสวนาด้วย
3.มุทิตา ยินดีในสิ่งที่ผู้อื่นมี ยินดีในสิ่งที่ผู้อื่นเป็น ใครจะได้ดีกว่าเราก็ยินดีกับเค้า เค้าทำความดีเราก็อนุโมทนา ไม่อิจฉาริษยา ไม่ไปนินทาให้ร้ายเค้า ไม่หมันไส้หรือน้อยเนื้อต่ำใจใดๆ ส่วนใครด่าว่าเราก็ยินดีในเสียงที่ด่าเข้ามา เสียงนินทาเราก็ยินดีที่เค้าได้นินทาเราไป เพราะแสดงว่าเราได้เคยทำกรรมกับเขามาก่อน เราจึงต้องมาโดนด่าในวันนี้ ส่วนที่เราต้องยินดี นั่นก็เพราะว่าเราได้มีโอกาสได้ชดใช้กรรมแล้ว เป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสชดใช้กรรมให้หมดไปโดยไม่เกิดการ จองเวรกัน และได้บุญเพิ่มขึ้นอีกอย่างนึง คือ อภัยทาน  นี่เป็นการทำให้เรายินดีน้อมรับแม้แต่คำด่าคำติฉินนินทา ยินดีที่ผู้อื่นดีกว่าเรา ยินดีที่เราไม่มีวันจะเก่งเหมือนใคร พอใจที่เกิดมาแบบนี้ แล้วท่านจะมีเสน่ห์มาก จะมีความมั่นใจในตัวเอง และสีหน้าสว่างไสว ความหมองจะไม่มี
4.อุเบกขา ระลึกเสมอว่า ไม่มีอะไรเป็นตัวเป็นตนอย่างแท้จริง เขาก็มีสิทธิ์ที่จะเลวหรือดี เขาก็ยังเวียนว่ายตายเกิดเหมือนเรา เขาทำอะไรมา ท่านก็วางเฉย อย่าไปเอามาเก็บจนปั่นป่วนใจ มีใจเป็นกลาง ใครมาพูดอะไรกระทบใจ ก็ทำใจเฉยๆไว้ เหมือนสายลมโชยที่พัดคลอใบหู ไม่มีแก่นสารใดๆให้มาทำร้ายใจเราได้ ใครทำอะไรมาก็วางเฉย เพราะเชื่อในกรรมว่า กรรมจะจัดสรรผลกรรมได้ยุติธรรมที่สุด ความทุกข์ที่แท้จริงคือทุกข์ที่ต้องเวียนว่ายตายเกิดไม่รู้จักจบสิ้น ดังนั้นแค่ใครด่าว่าเรามันเป็นเรื่องจิ๊บๆ ขำๆ ให้วางเฉยซะ ความทุกข์เล็กๆน้อยๆจะทำอะไรเราไม่ได้เลย มองความทุกข์พวกนั้น ให้เล็กน้อยเหมือนสายลมโชยผ่านสลายไป เรื่องที่ต้องทำคือเรื่องตัวเอง ว่าทำยังไง ไม่ต้องกลับมาเวียนว่ายตายเกิดอีก ไม่ต้องไปยุ่งเรื่องคนอื่นไม่ต้องไปแก้นิสัยใคร ไม่ต้องไปเก็บคำพูดหรือการกระทำคนอื่นมาจ้องจับผิดหรือตีโพยตีพาย หรือเอามาใส่ใจจนเจ็บข้ามวันข้ามคืน แล้วท่านจะมีเสน่ห์มาก ใครเห็นใครรัก เวลาดวงตกก็จะไม่หนักเหมือนคนอื่น นี่คือพลังของอุเบกขา

 
 
วัดมะรุม ต.พลสงคราม อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา 30160
โทรศัพท์ 044-367209 044-367162
E-mail : watmarum@hotmail.com